แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รักษากลิ่นตัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รักษากลิ่นตัว แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559

อาการแพ้จากเครื่องสำอางน่ารู้

    





      เครื่องสำอางมิได้หมายถึงเฉพาะลิปสติก แป้งทาหนา มาคารา อายแชโดว์ ดินสอเขียนคิ้ว เขียนตา เท่านั้น แต่เครื่องสำอางยังรวมถึง สบู่ แชมพู ยาสีฟัน น้ำยาดัดผม ยาย้อมผม และผ้าอนามัย เป็นต้น จะเห็นได้วาเครื่องสำอางเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน สำหรับคนทุกอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย หรืออาจกล่าวได้ว่าจำเป็นสำหรับทุกคน
     

                                     วัตถุประสงค์ของการใช้เครื่องสำอาง ได้แก่
   
   
      1.เพื่อบำรุงรักษา และ เพื่อสุขภาพอนามัยของร่างกาย ได้แก่ สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ครีมล้างหน้า ครีมบำรุงผิว เป็นต้น
      2.เพื่อตกแต่งให้สวยงาม เช่น เครื่องสำอางแต่งใบหน้า น้ำยาดัดผม ยาย้อมผม และ อื่นๆ
      3.เพื่อกลิ่นสะอาด เช่น ครีมระงับกลิ่นตัว น้ำยาหลังโกนหนวด น้ำยาบ้วนปาก น้ำหอม และ อื่นๆ
      4.เพื่อปกป้องผิวหนัง เช่น ครีมกันแดด เป็นต้น
      บางครั้งเครื่องสำอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง หรือ เป็นพิษต่อร่างกายได้ ส่วนมาก จะเกิดจากการใช้ที่ผิดวิธี ไม่ปฏิบัติตามวิธีใช้ในฉลาก และส่วนน้อยเกิดจากสารเคมีในเครื่องสำอางมีปฏิกิริยาต่อร่างกายทำให้เกิดอาการแพ้      องค์ประกอบที่ทำให้เกิดอาการข้างเคียง      หรือกล่าวได้ว่าทำให้เกิดพิษจากการใช้เครื่องสำอาง ได้แก่      1.ระยะเวลาที่สัมผัสผิวหนัง เครื่องสำอางที่ทาแล้วทิ้งไว้เป็นเวลานานๆ เช่น ครีมบำรุงผิว มักก่อให้เกิดอาการข้างเคียงได้มากกว่าเครื่องสำอางประเภทที่ทาแล้วล้างออก เช่น แชมพู น้ำยาปรับสภาพผม
      2.บริเวณที่ทาผิว ผิวหนังบางแห่งของร่างกายไวต่อสิ่งรบกวนมากกว่าบริเวณอื่นด้วย เช่น ผิวหนังรอบดวงตา จึงพบว่าเครื่องสำอางแต่งดวงตาจะก่อให้เกิดปัญหาได้บ่อย
      3.ความเป็นกรด-ด่างของเครื่องสำอาง เครื่องสำอางที่มีความเป็นด่างสูง เช่น ครีมกำจัดขน และครีมยืดผม จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองค่อนข้างมาก
      4.ความเข้มข้นของสารที่ระเหยได้ เครื่องสำอางที่มีปริมาณสารที่ระเหยได้สูง เช่น น้ำยาระงับกลิ่นตัวชนิดฉีดพ่นหรือของเหลว เมื่อทาแล้วและสารที่ระเหยได้ระเหยออกไป ความเข้มข้นของสารระงับเชื้อจุลินทรีย์อาจเพิ่มขึ้น 2-5 เท่า ทำให้เกิดอาการข้างเคียงสูงขึ้น
     

                             อาการข้างเคียง
      เนื่องจากการใช้เครื่องสำอาง แบ่งออกได้ 2 ทาง
    
       1.อาการทางผิวหนัง
 เกือบทั้งหมดของอาการข้างเคียงที่มีสาเหตุเนื่องจากใช้เครื่องสำอางเป็นอาการทางผิวหนัง ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 ชนิด
      1.1การระคายเคือง (Irritation)
      มีอาการผิวหนังอักเสบ เนื่องจากสัมผัสสารนั้นโดยตรง เช่น จากสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด หรือ ด่าง มาก      1.2 อาการแพ้ (Allergy)
      มีอาการผิวหนังจากการแพ้ทางปฏิกิริยาภูมิคุ้มกัน    ปฏิกิริยาดังกล่าวเกิดเฉพาะกับคนที่แพ้ต่อสารนั้นๆ และเนื่องจากเป็นปฏิกิริยาที่ผ่านทางระบบคุ้มกันจึงต้องอาศัยช่วงเวลาหนึ่งโดยเมื่อสัมผัสสารครั้งแรกจะกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันขึ้น   เมื่อไปสัมผัสสารนั้นอีกเป็นครั้งที่ 2 หรือ ครั้งต่อๆ ไป จึงเกิดปฏิกิริยามีการอักเสบขึ้นได้
      1.3 อาการพิษจากแสง (Phototoxicity)
      มีอาการผิวหนังอักเสบ เนื่องจากพิษของสารเคมีร่วมกับแสงแดด อาการคล้ายข้อ 1.1 แต่ต้องมีแสงอุลตราไวโลเล็ตเป็นตัวกระตุ้น
      1.4 ภูมิแพ้แสง (Photoallergy)
      มีอาการคล้ายข้อ 1.2 แต่ต้องมีแสงอุตราไวโอเล็ตเป็นตัวกระตุ้น
      2.อาการทางระบบอื่นๆ      2.1 การระคายเคืองต่อตา (Eye iirritation)
      เนื่องจากแชมพู โฟมอาบน้ำกระเด็นเข้าตาโดยอุบัติเหตุ นอกจากนี้ครีมทาหน้ามักมีส่วนผสมของเบนซิลอะซิเตต (Benzyl acetate)หรือ เบนซิลแอลกอฮอล์ (Benzyl alcohol) ในน้ำหอมแต่งกลิ่น เมื่อทาใก้ลตา  อาจระคายเคือง ทำให้น้ำตาไหลได้
      2.2 การระคายเคืองต่อทางเดินปัสสาวะ เนื่องจากฟองอาบน้ำ (Bubble bath)
      2.3 การระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ เนื่องจากการใช้สเปรย์แต่งทรงผม หรือสเปรย์ระงับกลิ่นตัว ในห้องที่อากาศถ่ายเทไม่ดี
      2.4 พิษจากการใช้เป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น
       การเกิดวิรูปของทารกในครรภ์ (Teratogenicity)
       การกลายพันธุ์ (Mutagenicity)
       การเกิดมะเร็ง (Carcinogenicity) เป็นต้น

      โดยทั่วไปขนาดความพิษที่เกิดจากเครื่องสำอางหรืออาการข้างเคียง มักจะเป็นเพียงอาการระคายเคืองเล็กน้อย เมื่อหยุดใช้อาการก็จะหายไปเอง มีส่วนน้อยมากที่เกิดอาการรุนแรงต้องได้รับการรักษาจึงหายเป็นปกติ จำนวนคนที่เกิดอาการข้างเคียงที่แท้จริงไม่อาจทราบได้เพราะว่าคนไข้น้อยรายที่เกิดอาการแล้วไปพบแพทย์โรคผิวหนัง ส่วนมากจะหยุดใช้เครื่องสำอางนั้นทันทีโดยไม่ปรึกษาแพทย์
             จะเห็นได้ว่าโอกาสที่จะเกิดอาการข้างเคียงเนื่องจากการใช้เครื่องสำอางมีน้อยมาก กล่าวได้ว่าโดยทั่วไปเครื่องสำอางปลอดภัยต่อการใช้      จากข้อมูลการศึกษา พบว่าเครื่องสำอางที่ทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้มากกว่าเครื่องสำอางชนิดอื่น ได้แก่
      1.ยาย้อมผม และสารฟอกจางสีผม (Hair colour and bleach)      ยาย้อมผม ที่ทำให้เกิดอาการแพ้มักเป็นยาย้อมชนิดถาวร ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน
      ส่วนที่1 เป็นส่วนผสมของสารที่ทำให้เกิดสี (Colour intermediate)
      ส่วนที่2 เป็นไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ นำมาผสมแล้วทาบนเส้นผมทันที สารซึ่งเป็นส่วนผสมในส่วนที่1 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พาราฟีนีไดอะมีน ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ร้อยละ 4 ซึ่งในจำนวนนี้เป็นอาการแพ้ร้อยละ 1 อาการแพ้เริ่มจากผิวหนังมีผื่นแดง บวมรอบนัยต์ตา ต่อมาผื่นแดงกลายเป็นตุ่มใส มีน้ำเหลือง คันมาก บริเวณที่เกิดตั้งแต่ศีรษะ ใบหน้าและต้นคอ ถ้าแพ้มากทำให้หายใจลำบาก และเกิดจ้ำเขียวเป็นผื่น นอกจากนี้พาราฟีนีลีนไดอะมีนยังทำให้เกิดอาการระคายเคืองและเป็นพิษต่อระบบภายในร่างกาย เมื่อใช้เป็นเวลานาน
สารฟอกจางสีผม ทำให้เกิดอาการแพ้เนื่องจากสารแอมโมเนียมซัลเฟต
      2.น้ำยาดัดผม (Cold wave lotion)      ส่วนมากทำให้เกิดผิวหนังอักเสบจากการระคายเคืองเนื่องจากสัมผัสกับด่างในผลิตภัณฑ์ ไม่ค่อยพบอาการแพ้น้ำยาดัดผม เนื่องจากแพ้น้ำหอมหรือสารอื่นซึ่งเป็นส่วนประกอบในสูตรตำรับ
      3.ครีมบำรุงผิวหรือครีมล้างหน้า (Miosturizing cream of cleansing cream)      ครีมบำรุงผิว ใช้ทาบนใบหน้าเพื่อบำรุงผิว ครีมพวกนี้เป็นอีมัลชั่น (Emulsifier) วัตถุกันหืน วัตถุกันเสีย น้ำหอม สี เป็นต้น มักทำให้เกิดอาการระคายเคืองเนื่องจากไขผึ้ง ลาโนลิน พาราเบน เกอมาล 115 ยูโซแลกซ์ และน้ำหอม
      ครีมล้างหน้า ช่วยในการทำความสะอาดหน้า เพื่อขจัดไขมัน ครีมแป้งแต่งหน้า และ สิ่งสกปรกต่างๆสารที่ใช้ทำความสะอาดคือ น้ำมัน และสารลดแรงตึงผิว (Surfactants) ค่อนข้างสูง จึงพบว่าทำให้เกิดการระคายเคืองบ่อย
      4.ยาระงับกลิ่นตัวและกลิ่นเหงื่อ (Deodorant and antiperspirant)      ผลิตภัณฑ์นี้มักเป็นชนิดฉีดพ่น เป็นของเหลวซึ่งข้น บรรจุขวด หรือ ลูกกลิ้ง หรือ เป็นแท่ง มักทำให้เกิดอาการแพ้ได้บ่อย เนื่องจากสารระงับการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย เช่น คลอเฮกซิดีน เบนซาลโคเนียมคลอไรด์ ไทรโคลซานไกลคอล น้ำหอม เป็นต้น
      5.ครีมกำจัดขน (Depilatory preparation)      ผลิตภัณฑ์มักมีลักษณะเป็นครีมเหนียวข้น ใช้ทาบริเวณที่ต้องการกำจัดขน ทิ้งไว้ 10-15 นาที ขนที่ถูกกำจัดออก จากนั้นใช้น้ำล้างออกให้หมด มักทำให้เกิดอาการระคายเคือง เนื่องจากฤทธิ์เป็นด่าง ของสารออกฤทธิ์สำคัญแคลเซี่ยมหรือสตรอนเตียม ไทโอไกลโคเลท
      6.เครื่องสำอางแต่งดวงตา (Eye make-up)      เครื่องสำอางแต่งดวงตา มีหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น อายแชโดว์ อายไลเนอร์ (ใช้เขียนขอบตา) มาสคารา ดินสอเขียนคิ้ว ไม่ค่อยพบอาการแพ้ แต่ส่วนมากพบอาการระคายเคือง เนื่องจากสารทำละลาย และสารที่ทำให้เกิดอีมัลชั่น (Emulsifier)
      7.สบู่      สบู่มีส่วนประกอบที่สำคัญ เช่น เกลือโซเดียมของกรดไขมัน เช่น โซเดียมโคโคเอท โซเดียมแทลโลว์เอท อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง ถ้าสัมผัสบ่อยๆ หรือ เป็นเวลานานพอ และมักทำให้เกิดอาการแพ้ เนืองจากสารอื่นที่เติมลงไปในสบู่ เช่น น้ำหอม สาระงับเชื้อ ลาโนลิน เป็นต้น
      8.เครื่องสำอางป้องกันแสงแดด (Sun cosmetics)      ประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ที่สำคัญที่มีคุณสมบัติในการดูดซับรังสีอุลตราไวโอเลตจากแสงแดดมิให้ผ่านลงไปทำอันตรายต่อเซลล์และ เนื้อเยื่อของผิวหนังที่อยู่ลึกลงไป ได้แก่ กรดพาราอะมิโนเบนโซอิก (พาบา), เบนโซฟิโนน-3 (ออกซีเบนโซน) โฮโมเบนทิลซาลิไซแลต ทำให้เกิดอาการข้างเคียงต่อผิวหนัง และการแพ้ทางปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันร่วมกับแสงแดด
      9.ลิปสติก (Lipstick)      การใช้ลิปสติกทาริมฝีปาก ซึ่งเป็นเนื้อเยื่ออ่อนวันละหลายครั้ง และสัมผัสฝีปากเป็นเวลานานตลอดวัน มีโอกาสกลืนกินเข้าสู่ร่างกาย อาการแพ้ลิปสติกเนื่องจากสารปรุงแต่งอื่นๆในลิปสติก และ สี มีอาการริมฝีปากแห้ง บวม คัน อักเสบ หายใจไม่ออก เมื่อมีอาการควรหยุดใช้ทันที และเปลี่ยนเป็นลิปสติกชนิดไม่มีน้ำหอม และสี ประเภทโบรโมแอซิด
      10.น้ำยาเคลือบเล็บ (Nail enamel)      มักทำให้เกิดอาการแพ้ เนื่องจากโทลูอีนซัลโฟนาไมด์ ฟอร์มาดีไฮด์เรซิน ผื่นผิวหนังอักเสบที่เกิดอาจพบได้ได้ตามบริเวณที่มักถูกเล็บเขี่ย เล่นเปลือกตา บริเวณใบหน้าส่วนล่าง บริเวณลำคอและหน้าอก
      11.ครีมฟอกจางสีผิว (Bleaching cream)      สารออกฤทธิ์สำคัญที่ใช้ได้แก่ ไฮโดรควิโนน ปรอทแอมโมเนีย
      ไฮโดรควิโนน ทำให้เกิดการระคายเคือง มักใช้ร่วมกับวิตามินเอ ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในคนที่ผิวหนังแพ้สารต่างๆง่าย การออกฤทธิ์ของกรดวิตามินเอ ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็ว ผลัดออกเร็ว ทำให้ผิวหนังแดง บางครั้งอักเสบ
      ปรอทแอมโมเนีย เมื่อใช้นานๆ จะสะสมบนผิวหนัง และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต สะสมทำให้เป็นอันตรายต่อไต ไตอักเสบ
    
  สรุปได้ว่าอาการข้างเคียงที่เกิดจากเครื่องสำอาง
    เนื่องจากการแพ้มากกว่าการระคายเคือง ซึ่งการแพ้นั้นเกิดเฉพาะในบางคนเท่านั้น และโอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองหรือเกิดการแพ้มีน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนเครื่องสำอางที่มีจำหน่ายในท้องตลาด อาจกล่าวได้ว่าเครื่องสำอางทั่วไปมีความปลอดภัยในการใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้อย่างถูกวิธี ปฏิบัติตามวิธีใช้และคำเตือนอย่างเคร่งครัด

ชีวิตปลอดภัยกับ refreshbrand   by เภสัชกร อธิราช
http://www.refreshbrands.org/

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2559

ใช้roll on อ่านสักนิดชีวิตติดมะเร็ง





ผิวหนังบริเวณใต้วงแขนประกอบด้วย
  1. ต่อมเหงื่อ 
  2. เส้นขน
  3. รูขุมขน
 เมื่อ สภาพ อากาศร้อนชื้น เหงื่อจะออกมากและสะสมใต้วงแขนมากเพราะเป็นกลไกของร่างกายในการตอบสนอง ทำให้บริเวณที่อับชื้น สิ่งที่ตามมาคือเกิดการหมักหมมของเชื้อจุลินทรีย์   เป็นที่มาของกลิ่นตัว
ผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบันมีหลายรูปแบบ โดยหลัก ๆ จะเป็นผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ ซึ่งจะมีตัวยาช่วยระงับไม่ให้น้ำเหงื่อไหลออกมาได้ มีชื่อเคมีคือ อลูมิเนียมคลอไฮเดรท ความเข้มข้นที่ใช้ประมาณ 30-50%
รูปแบบของผลิตภัณฑ์มักจะเป็นโรลออน (Roll On)   กลไกกาจัดการกับเหงื่อของสารดังกล่าว  คือ     สารอลูมิเนียมจะไปอุดรูขุมขน  มิให้น้ำเหงื่อไหลออกได้นั่นเอง ซึ่งเกลืออลูมิเนียมอาจรวมตัวกับน้ำเหงื่อและเชื้อจุลินทรีย์และแทรกตัวอุดตันรูขุมขน หากมีการใช้ผลิตภัณฑ์เป็นประจำและบ่อย จะมีผลทำให้เกิดการสะสมและตกค้างของสารอลูมิเนียมบริเวณใต้วงแขนมาก ทำให้เห็นเป็นรอยด่างดำ
ดังนั้นการโฆษณาชวนเชื่อในสินค้าเหล่านี้ในช่วงหลัง จะมีการผสมสารทำให้ขาว “ไวท์เทนนิ่ง” ซึ่งทำให้เด็กวัยรุ่นฮือฮามาก ความจริงผิวหนังบริเวณใต้วงแขนนั้นไม่ได้รับแสงแดดและผิวหนังไม่มีโอกาสสร้างพิกเม้นท์หรือเม็ดสีให้ผิวหนังเลย ที่เห็นเป็นความคล้ำดำเพราะสารตกค้างของเกลืออลูมิเนียมนั่นเอง
จากการวิจัยล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบสิ่งที่น่าตกใจโดยพบว่าสารตกค้างเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อยกับสาเหตุการเกิดมะเร็งเต้านมในสตรีเพศ เนื่องจากท่อและต่อมต่าง ๆ ของบริเวณเต้านมมีส่วนเชื่อมต่อกับต่อมเหงื่อและรูขุมขนใต้วงแขน ดังนั้นสารตกค้างที่สะสมมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกลือโลหะหนัก อลูมิเนียม หรือ ซิงค์ จะไปจับกับ “ดีเอนเอ DNA” ของเซลล์ก่อให้เกิดความผิดปกติขึ้น และมีการตรวจพบสารตกค้างของอลูมิเนียมในเนื้อเยื่อจากเต้านมคนไข้
สาเหตุของมะเร็งเต้านมพบว่ามากกว่า 90% 
  1. มาจากสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่อาจหาสาเหตุที่แท้จริงได้ 
  2. ส่วนน้อยจะมาจากกรรมพันธุ์ 
  3. เครื่องสำอางที่ใช้สำหรับใต้วงแขน
            หลัก ๆ คือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นตัว ระงับเหงื่อ และน้ำหอม เมื่อพิจารณาถึงองค์ประกอบทางเคมีของสินค้าเหล่านี้ คือเกลือ อลูมิเนียม หรือ ซิงค์ น้ำหอม และ สารต้านเชื้อจุลินทรีย์ การใช้สินค้าเหล่านี้เป็นประจำก่อให้เกิดการอุดตันของต่อมเหงื่อด้วยสารเคมีเหล่านี้ ตามมาด้วยต่อมเหงื่อใต้วงแขนอักเสบได้
ปัจจุบันพบตัวเลขของการใช้เครื่องสำอางใต้วงแขนเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ทั้งชายและหญิง ที่น่าตกใจคือเด็กวัยรุ่นและเด็กที่ยังไม่ถึงวัยรุ่นก็ใช้กันอย่างเกลื่อนเมืองจากแรงโฆษณาอันมหาศาลนั่นเอง ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้บริโภคที่ไม่มีปัญหากลิ่นตัวด้วยซ้ำไปแต่ใช้ตามแฟชั่น
ด้วยความปรารถนาดี จาก refreshbrands  by เภสัชกร อธิราช
http://www.refreshbrands.org/

วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ของขวัญบอกความนัย



ของขวัญแต่ละอย่าง มีความหมายต่างกัน ลองมาเลือกดู  กันครับ ของขวัญ ประเภท ดนตรี ไม่ว่าจะเป็นเทปเพลง แผ่น CD เครื่องดนตรีทั้งหลาย มีความหมายถึง จิตใจที่อยากจะส่งมาให้ 
          ถ้าคุณเป็นผู้ให้ แปลว่า คุณอยากจะให้ผู้รับรู้ถึงความรู้สึกในจิตใจ ที่ไม่อาจบอกได้ แต่เป็นความรู้สึกที่แสนดี และคุณก็เป็นคนโรแมนติก หวานแหว๋วไม่ใช่เล่น แถมขี้อายเล็ก ๆ ด้วย 
         
ถ้าคุณเป็นผู้รับ ดนตรีหรือ เทปเพลงที่ส่งมาเป็นเพลงรัก คุณกำลังถูกบอกรักแล้วล่ะ ผู้ให้เป็นคนน่ารัก อบอุ่น เซ็นซิทีฟ อ่อนโยน ช่างฝัน

ของขวัญ ประเภท กล้องถ่ายรูป - ภาพถ่าย  รวมทั้ง Postcard ด้วย บอกถึงความรู้สึกที่ห่างกัน
          ถ้าคุณเป็นผู้ให้ หากคุณส่งภาพถ่าย หรือเอาใส่กรอบให้ใคร คุณอยากจะให้เขาคิดถึงคุณเสมอ กลัวว่าเขาจะลืมคุณ แม้กระทั่งกล้องถ่ายรูป ก็อยากให้ถ่ายรูปส่งมาให้กัน บ้างนั่นแหละ มีอาการน้อยใจเล็ก ๆ ด้วย นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่บอกได้ว่า คนที่ให้เป็นคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว รักการผจญภัย กล้าเสี่ยง และมีอารมณ์ขัน ไม่อยู่ในระเบียบ ไม่อยู่ในกฎเกณฑ์รักอิสระเหนือสิ่งใด
          ถ้าคุณเป็นผู้รับ ความหมายคล้าย ๆ กัน ถ้าคุณได้รับของขวัญ เป็นกล้อง ภาพถ่าย ผู้ให้อยากจะบอกว่าคิดถึงมาก อยากมาอยู่ใกล้ชิด คล้ายๆ กับภาพแทนใจทำนองนั้น หรือกำลังบอกว่า คุณเข้าถึงยาก อยากให้เปิดใจให้มากกว่านี้หน่อยก็ได้

    ของขวัญ ประเภท เสื้อผ้า ไม่ว่าเป็นเสื้อผ้า กระโปรง กางเกง แสดงให้รู้ถึงความรู้สึกแสนพิเศษที่ลึกลงไปอีกหน่อย 
         
ถ้าคุณเป็นผู้ให้ คุณต้องการจะดูแล และห่วงใยคนที่คุณให้ ด้วยความรู้สึกที่ไม่ธรรมดา อยากให้คนรับรู้ว่า คุณมีความรู้สึก ที่ลึกซึ้งเอามาก ๆ ทีเดียวนะ นอกจากนี้ คนที่ให้เสื้อผ้ายังเป็นคนทันสมัย ตามโลก คล่องแคล่วและสะอาดรักสวยรักงามอีกด้วย
         
ถ้าคุณเป็นผู้รับ คนให้เขาอยากให้รู้ว่า มีความรักความห่วงใยอย่างล้นเหลือให้ และยังแสดงให้รู้ว่าต้องการจับจองเป็นเจ้าของหัวใจด้วย ถ้าเป็นชุดชั้นในหรือ ชุดนอนล่ะก็ แปลว่า นอกจากรัก และห่วงใยแล้ว ยังอยากเป็นเจ้าของทั้งตัวทั้งหัวใจเลย

ของขวัญ ประเภท ต้นไม้ การมอบต้นไม้ สื่อความหมายว่า อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเขามั่นคงแตกหน่อเติบโตต่อไป
          ถ้าคุณเป็นผู้ให้ บอกได้ว่าคุณเป็น คนสุภาพ อ่อนโยน ติดดิน และรักธรรมชาติ คุณอยากจะเป็นคนดูแล และชอบเอาอก เอาใจ คุณเป็นคนอ่อนหวาน ช่างฝัน โรแมนติก เรียบร้อย และคุณอยากจะบอกว่า ความรู้สึกของคุณนั้นจริงจังและทุ่มเทมากด้วยนะ 
         
ถ้าคุณเป็นผู้รับ คนให้มีความรู้สึก ที่จริงใจ และมั่นคงและอยากให้ ความสัมพันธ์เจริญเติบโต งอกงามเหมือนต้นไม้ นอกจากจะห่วงใยอาทรแล้ว ยังพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ ได้อีกด้วย บอกถึงนิสัย ผู้ให้ว่าเป็นคนจริงจัง หัวโบราณ แต่ก็มั่นคง อบอุ่น และน่ารัก แม้จะจืดไปบ้างเล็ก ๆ
ของขวัญ ประเภท ตุ๊กตา ของขวัญยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาอะไร มีความหมาย ถ้าความรักใคร่ที่ปนมากับความเอ็นดู และอบอุ่นอ่อนโยน 
         
ถ้าคุณเป็นผู้ให้ บอกได้ว่าคุณเป็น คนที่มองโลกในแง่ดี ขี้อ้อนเล็กๆ ใจดี มีเมตตา น้ำใจดี อ่อนโยน และอ่อนหวาน คุณชอบเล่นบทแม่ที่ดูแลลูก ช่างฝันและ อ่อนไหว ตุ๊กตาที่คุณให้บอกให้รู้ว่า คุณอยากให้ความสัมพันธ์นี้ดีไปตลอด จะทะนุถนอมความรู้สึกของผู้รับเสมอ
         
ถ้าคุณเป็นผู้รับ คุณคงรู้แล้วสินะว่า มีคนเขารัก และห่วงใยคุณขนาดไหน ยามใดที่คุณมีทุกข์ ผู้ให้ก็พร้อมจะมาดูแลคุณ ปลอบโยนคุณเสมอ

ของขวัญ ประเภท ดอกไม้ 
เป็นความรู้สึก ที่หวานซึ้ง และร้อนแรง ต่างกับต้นไม้ตรงที่สวยอยู่ ได้ไม่นาน ก็ร่วงโรย มักจะบอกถึงอารมณ์ที่วูบไหว แบบสายฟ้าฟาดทำนองนั้น
          คุณเป็นผู้ให้ คุณเป็นคนที่ชอบเรื่องรักใคร่ โรแมนติกอารมณ์วูบไหวง่าย อาจตกหลุมรักง่าย และหน่ายเร็ว ขยันและแอ็คทีฟ รสนิยมดี เข้าสังคมเก่ง ใจร้อน ดอกไม้ที่ให้ความหมายถึง ความรู้สึกที่ว่า รักร้อยเปอร์เซนต์ไม่มีตกหล่น เป็นความรู้สึกดี ๆ ที่มีอย่างเต็มล้น
          ถ้าคุณเป็นผู้รับ ผู้ให้กำลังจะบอกว่า เขามีความรู้สึกดี ๆ แล้วแต่ ผู้รับจะคิดยังไงก็ได้ ไม่หวังจะได้สิ่งตอบแทน คุณเป็นคนพิเศษสำหรับผู้ให้เสมอ

เคล็ดลับเลือกของขวัญดีดี by refreshbrands  ก่อนปีใหม่

  
https://www.facebook.com/RefreshBrands

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2558

แก้ง่าย ๆ ปัญหากลิ่นตัว ฉบับประชาชน

                         แก้ง่าย ๆ ปัญหากลิ่นตัว ฉบับประชาชน !!!!!!!!!! 




ผมเองก็มี และหลายคนที่ได้อ่าน blog ของผมก็มี แต่มันเป็นเรื่องที่ต้องเก็บไว้ และต้องการการดูแล โดยตัวเราครับ

ปัญหาที่เป็น หลังจากที่ผมเองได้แก้ปัญหา ก็รวมได้แบบที่เขาฮิต ๆใช้กัน
  1. โกนขนรักแร้ โกน 24 ชั่วโมงไปเลย เพราะคิดว่าจะช่วยได้
  2. หาแป้งโรย วิธีนี้จากที่ทดลองก็ ดีครับ แต่ถ้าเหงื่อออกมาก เละครับ เสื้อสกปรกมากๆ และถ้าทิ้งไว้นาน แป้งจะทำให้เกิดกลิ่นเองครับ
  3. ใช้ roll on แฟชั่นหน่อย ดีเหมือนกัน แต่ รักแร้ดำงานหนัก และต้องคอยเติมระหว่างวัน ใช้ได้คนเดียว เพราะ ไม่มีใครอยากใช้ร่วมกับเรา
  4. ในกระทู้บอกว่าใช่ สเปร์ย ดีสุดก็ดีจริง ครับเป็นวิธีที่ผมใช้นานที่สุด และเทห์สุด แต่หมดเร็วครับ (เปลืองเงินครับ) ใช้กับคนอื่นได้นะครับ( like and share)
  5. สารส้มแท่ง ดีครับใช้ ครั้งเดียวทั้งวัน แต่ไม่ไม่ค่อยถูกใจ ต้องซื้อน้ำหอมพิ่ม หลายขั้นตอน บางอันก็ดีครับผสมน้ำหอมในแท่งแต่มันไม่มีกลิ่นเลย
  6. กลับไปใช้ สเปร์ย ครับ เหมือนเดิมครับ
          วิธีที่ 6  ดีสุด เพราะอะไรคงสงสัย  มันง่ายที่จะใช้ มีน้ำหอมอย่างที่ต้องการ  มันเทห์ สำคัญใช้ร่วมกันในครอบครัวได้ ข้อเสีย  มีส่วนผสมแอลกฮอล์ บางคน แว๊กขน แสบแน่นอน ผิวหนังอักเสบได้ง่าย ที่สำคัญรักแร้ดำครับ แก้ยากมาก  

blog หน้าผมจะมาเล่า ผลิตภัณฑ์ที่ดี ควรเป็นเช่นไร ครับ

ไขความลับที่ไม่กล้าเผย ไปกับ refreshbrands by เภสัชกร อธิราช

https://www.facebook.com/RefreshBrands
        
http://www.refreshbrands.org/





วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กลิ่นตัวเกิดจาก กับ โรคอัศจรรย์ บนโลก



กลิ่นตัวเกิดจากอะไร

กลิ่นตัวเกิดจากสารที่สร้างมาจากต่อมกลิ่น (apocrine gland) พบมากที่บริเวณรักแร้และหัวหน่าว ต่อมกลิ่นพบได้ตั้งแต่เกิดแต่จะเริ่มทำงาน ประมาณอายุ 12 ปี เนื่องจากปัจจุบัน โภชนาการอาหารทำให้ เด็กเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าเมื่อก่อน โดยกลิ่นที่เกิด มีหน้าที่ในมนุษย์คือการสร้างกลิ่นซึ่งเป็นลักษณะทางเพศแบบหนึ่ง 
สารที่หลั่งจากต่อมกลิ่นประกอบด้วย กรดไขมันหลายชนิด คือ
  1. fatty acid
  2.  sulfanyl alkanols 
  3.  steroid 
มีลักษณะเหลวข้นไม่มีกลิ่น เมื่อหลั่งออกมาด้านนอกของผิวหนังสารดังกล่าวจะถูกเชื้อแบคทีเรีย (Corynebacteria spp.) เปลี่ยนให้เป็นสารที่มีกลิ่นซึ่งคือแอมโมเนียและกรดไขมันสายสั้น   
และในปัจจุบันยังพบว่าการเกิดกลิ่นตัวเกิดจากอาหารบาง ประเภท เช่นเนื้อแดง หรืออาหารที่ผ่านกระบวนการที่ไม่มีใยอาหารเช่นแป้งขาวฟอกสี อาหารที่เพิ่มน้ำตาลลงไป เพิ่มน้ำมันที่เติมไฮโดรเจนลงไป (Hydrogenated Oils) ก็ยังเป็นแหล่งที่จะทำให้เกิดกลิ่นตัวได้

โรคประหลาดที่มีบนโลกใบนี้

         Fish Odor Syndrome เป็นโรคเกี่ยวกับ "กลิ่นตัว" ที่ถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม
ลักษณะจำเพาะของโรค
  1. ไม่สามารถรักษาให้หายได้ 
  2. มีกลิ่นตัวเหม็นคล้ายกลิ่นของปลาเน่า 
สาเหตุ
        มาจากความผิดปกติในการเผาผลาญอาหารที่ขาดเอ็นไซม์ จนส่งให้ปัสสาวะ ลมหายใจ และเหงื่อ มีกลิ่นเหม็นเหมือนปลาเน่า

ไขปัญหากลิ่นตัว ไปกับ  refreshbrands by เภสัชกร อธิราช

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เรื่องที่ผู้หญิงอยากรู้ เรื่อง ผิวๆๆ แก้ง่ายนิดเดียว

    แผลพุพอง (impetiongo)

         

          การรักษา เริ่มด้วยการล้างทำความสะอาดบาดแผล และใช้ยาทาฆ่าเชื้อ Mupiroxin ประมาณ 7-10 วัน ก็  หากบาดแผลกว้างและลึกมาก อาจต้องใช้ยา Dicloxacillin รับประทานร่วมด้วย

           รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis, Furuncles Carbuncler)

                 การรักษา ในขั้นต้นหากมีอาการ ให้ใช้ยาทาฆ่าเชื้อ 1% Clindamycin ทาบริเวณแผลวันละ 2-3 ครั้ง สำหรับ Furuncies และ Carbuncles กลุ่มฝี  จำเป็นต้องผ่าระบายหนองออก และใช้ยา Dicloxacillin รับประทานร่วมด้วย

           ไฟลามทุ่ง (Erysipelas)


การอักเสบของผิวหนังร่วมกับหลอดน้ำเหลือง เริ่มจากตุ่มแดงแล้วกระจายลามออกไปอย่างรวดเร็วแผลมีสีแดงจัด กดเจ็บ ผิวบริเวณนั้นยกขึ้นมาจากบริเวณที่ปกติอย่างชัดเจน ผู้ป่วยจะมีไข้ร่วมด้วย
                 การรักษา รับประทานยา Dicloxacillin ประมาณ 5-7 วัน ร่วมกับการประคบร้อน

           ผิวหนังอักเสบ (Cellulitis)



                   การรักษา รับประทานยา Dicloxacillin ประมาณ 5-7 วัน ร่วมกับการประคบร้อน

          ข้อควรระวัง ไฟลามทุ่งและโรคผิวหนังอักเสบ เป็นโรคที่มีความรุนแรง  เชื้อจะแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์

2.โรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา

                   กลาก



          ธรรมชาติของราชนิดนี้มักเกิดขึ้นในบริเวณที่มีเคอราติน ซึ่งเป็นโปรตีนโครงสร้างชนิดหนึ่ง พบที่ ผิวหนัง เล็บ ขน และผม อาการที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปตามอวัยวะที่ติดเชื้อ อาทิ

           กลากที่ผิวหนัง เช่น ลำตัว แขน ขา รักแร้ ขาหนีบ ผื่นจะเป็นตุ่มแดงเล็ก ๆ แล้วขยายวงกว้างออกเรื่อย ๆ ขอบนูนแดง มีขุยสีขาว คันมาก

           กลากที่ง่ามเท้า เรียกว่าฮ่องกงฟุต หรือน้ำกัดเท้า ผิวหนังบริเวณนั้นจะเป็นแผ่นขาวยุ่ย ลอกออกเป็นแผ่นได้ส่งกลิ่นเหม็นและคันมาก

            กลากที่เล็บ มักเกิดบริเวณข้างเล็บเข้ามา จะเห็นเป็นสีน้ำตาล หรือขาวขุ่น ด้าน ขรุขระ หรืออาจเปื่อยยุ่ยได้ ไม่มีอาการเจ็บหรือคัน แต่มักเป็นเรื้อรัง

            กลากที่หนังศีรษะ ผื่นเป็นวงเหมือนที่เกิดตามลำตัว แต่พบร่วมกับอาการผมร่วงเป็นหย่อม ๆ เส้นผมหัก ซึ่งเกิดจากเชื้อราทำลาย

          การรักษา สำหรับแผลเฉพาะที่เพียงใช้ยาฆ่าเชื้อทาจนแผลหาย อาจจะประมาณ 4-8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ติดเชื้อ แต่ถ้าแผลกว้างมาก เป็นหลายจุด หรือผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจใช้วิธีรับประทานยาฆ่าเชื้อแทน

           เกลื้อน


          เชื้อราชนิดนี้โดยปกติอาศัยอยู่ที่รูขุมขนของทุกคน โดยได้ไขมันจากรูขุมขนเป็นอาหาร ต่อเมื่อภูมิต้านทานลดลง จึงทำให้เกิดโรค โดยมีลักษณะเป็นต่างขาว มีขุยขอบเขตชัดเจน หรือบางคนอาจเป็นสีเข้มขึ้นก็ได้ แต่มักไม่มีอาการอื่น บริเวณที่พบมาก ได้แก่ ส่วนที่มีต่อมไขมันมาก เช่น ใบหน้า คอ หน้าอก หลัง

          การรักษา มีทั้งยาทา ยาสระหรือสบู่ ใช้แค่ 3-5 วัน และซ้ำทุกเดือน รวมไปถึงยากินในรายที่มีอาการมาก และต้องใช้อย่างต่อเนื่องจนครบกำหนด แต่ด่างขาวที่เกิดขึ้นอาจต้องรอจนเซลล์ผิวสร้างเม็ดสีขึ้นมาใหม่ จึงจะหายไป ถึงแม้ว่าเชื้อจะถูกกำจัดไปหมดแล้วก็ตาม

          การป้องกัน วิธีที่ดีที่สุดคือ การหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ต้องแยกเสื้อผ้ารวมทั้งอุปกรณ์ของใช้ออกจากผู้อื่นเพื่อป้องกันการติดต่อ

3.โรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อไวรัส



          ไวรัสเป็นเชื้อกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในทุกระบบ รวมไปถึงการติดเชื้อที่ผิวหนัง เชื่อว่าหลายท่านคงเคยเป็น หรือมีคนใกล้ตัวเป็นโรคเหล่านี้กันบ้างแน่ ๆ  หากพบว่าเป็นโรคเหล่านี้อยู่บ่อย ๆ เพราะเป็นธรรมชาติของไวรัส ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับเชื้อมาแล้วจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อตัวเชื้อเพื่อพยายามกำจัด และปกป้องตนเองไม่ให้เป็นโรค แต่ตัวเชื้อก็จะยังคงหลบซ่อนและอาศัยอยู่ในร่างกาย  เมื่อภูมิต้านทานต่ำลงก็จะเกิดอาการของโรคขึ้นมาได้
 โรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญ ได้แก่

           เริม (Herpes Simplex)






          เชื้อเริมเป็นตัวอย่างที่ดีครับว่าสามารถเป็นได้อยู่บ่อย ๆ ถ้าร่างกายอ่อนแอลง เช่น อดนอน ทำงานหนัก เครียด เชื้อนี้มีด้วยกัน 2 ชนิด มักทำให้เกิดอาการในบริเวณที่แตกต่างกันคือ

            เชื้อชนิดที่ 1 (Herpes Simplex Vinus2) มักเกิดบริเวณปากและผิวหนังเหนือสะดือขึ้นไป ถ้าเกิดที่ปากเรียกว่า Herpes Labialis ไม่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ติดจากการดื่มน้ำหรือทานอาหารร่วมกัน

            เชื้อชนิดที่ 2 (Hepes Simplex Virus2) มักเกิดบริเวณอวัยวะเพศ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

          ลักษณะของแผลเริมคือ เป็นตุ่มน้ำพองใสเล็ก ๆ ขึ้นเป็นกลุ่ม เมื่อแตกออกจะเป็นแผลตื้น ๆ อยู่บนฐานสีแดง เจ็บและแสบมาก โดยปกติโรคจะดำเนินไปจนหายเองภายใน 10 วัน แต่มีโอกาสเกิดซ้ำถึง 40 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจใช้ยา Acyclovir รับประทานต่อเนื่อง 1 สัปดาห์
           งูสวัด (Herpes Zoster)



          เชื้อก่อโรคคือ Hepes Varicella Zoster คือเชื้อชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคสุกใส แผลที่เกิดขึ้นจึงมีลักษณะเดียวกันคือตุ่มพองใสบนฐานแดง ขึ้นชิดกัน มักกลายเป็นหนองแห้ง และตกสะเก็ดภายใน 10 วัน ลักษณะที่ต่างจากสุกใส คือ ผื่นจะขึ้นเป็นแนวตามแนวของเส้นประสาท มีไข้ และอ่อนเพลียร่วมด้วย หลายคนถามว่าจริงหรือไม่ ที่บอกว่า ถ้างูสวัดพันครบรอบแล้วจะเสียชีวิต ก็อาจเป็นได้นะครับ เพราะภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยต้องต่ำมากจริง ๆ เชื้อถึงแพร่กระจายเร็ว

          การรักษา รับประทานยา Acyclovir ตามแพทย์สั่ง

           หูด (Wart)







          หูดคือก้อนที่ผิวหนัง อาจจะผิวเรียบ หรือขรุขระ สีขาว ชมพู หรือน้ำตาล เกิดขึ้นบริเวณใดก็ได้ แต่มักพบบ่อยที่นิ้วมือ แขน ขา เกิดจากเชื้อ Human Papilloma Vinus หูดมีลักษณะที่ต่างกัน
ชนิดหูด

            Verrucus Vulgairs หูดธรรมดา เป็นเม็ดเดียว หรือหลายเม็ด ขรุขระ กระจายทั่วไป มักพบบ่อยที่บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า

            Verrucus Plana หูดราบ เป็นเม็ดผิวแบนราบ สีเดียวกับผิวหนัง มักพบที่บริเวณใบหน้า

            Condyloma Accuminata หูดหงอนไก่ เป็นติ่งเนื้อนุ่ม สีชมพู พบที่อวัยวะเพศ

           Plantar Wart เป็นเม็ดแข็ง ขึ้นที่ได้ฝ่าเท้า

           Filitorm and Digitate Wart เป็นติ่งยื่นออกจากผิวหนัง พบบ่อยที่คอและใบหน้า

          การรักษา มีหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิดของหูด แต่ที่พบบ่อยที่สุดอย่าง Verrucus Vulgaris มักรักษาด้วยการจี้ด้วยกรดซาลิไซลิก จี้ไฟฟ้าหรือผ่าตัดออก

ผิวสวยง่ายๆ กับ refreshbrands by เภสัช อธิราช
https://www.facebook.com/RefreshBrands











วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Top secret ใต้ผิว เอกสารลับ.......ที่เปิดผนึกแล้ว


มีน้อยคนนักที่ไม่ค่อยจะรู้เลยว่าผิวของเรา ติดเชื้ออะไรได้บ้าง
การติดเชื้อที่ผิวของเรา แบ่งได้เป็น
  1. เชื้อ bacteria 
  2. เชื้อรา
  3. เชื้อ virus (ไวรัส) 


1.โรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

          ผิวหนังของคนเราก็มีเชื้อแบคทีเรียอาศัยอยู่ เรียกว่าเป็นเชื้อประจำถิ่น ทางการเรียก (Normal Flora) ซึ่งโดยปกติจะไม่ทำให้เกิดโรคครับ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพของผิวหนังไปจากเดิม เช่น มีบาดแผล มีโรคผิวหนังอื่น ๆ อยู่ก่อน สุขอนามัยไม่ดี หรือผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ เชื้อเหล่านี้ก็มีโอกาสทำให้เกิดโรคได้ ตัวเชื้อที่มักก่อปัญหา 
Staphylococcus aureus.
Staphylococcus pyogenes. 

     

ภาพผิวหนังติดเชื้อ bacteria 

แบคทีเรียที่เกิดกับเด็กเล็ก

แบคทีเรียทำให้เกิดรูขุมขนอักเสบ




2.โรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา

          เชื้อราเป็นเชื้ออีกกลุ่มที่พบได้ทั่วไปในทุกภูมิอากาศ มักก่อโรคในสภาวะที่อับชื้น และพบได้มากขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือกินยาปฏิชีวนะนาน ๆ หรือเป็นเบาหวาน เป็นต้น โรคติดเชื้อผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราที่รู้จักและเป็นกันมาก ได้แก่
           กลาก

          ธรรมชาติของราชนิดนี้มักเกิดขึ้นในบริเวณที่มีเคอราติน ซึ่งเป็นโปรตีนโครงสร้างชนิดหนึ่ง ตำแหน่งที่พบได้แก่ 
  1.  ผิวหนัง 
  2. เล็บ ขน
  3. ผม 




กลากน้ำนมพบในเด็กเล็ก
กลากที่ผม สังเกตุที่โคนผม
กลากที่เท้ามัก เป็นที่จุดอับ หรือเปียกชื้นเสมอ


          เกลื้อน

          เชื้อราชนิดนี้โดยปกติอาศัยอยู่ที่รูขุมขนของทุกคน โดยได้ไขมันจากรูขุมขนเป็นอาหาร เมื่อ ภูมิต้านทานลดลง จึงทำให้เกิดโรค มีลักษณะเป็นด่างขาว มีขุย มีขอบเขตชัดเจน หรือบางคนอาจเป็นสีเข้มขึ้นก็ได้ แต่มักไม่มีอาการอื่น บริเวณที่พบมาก ได้แก่ 
  1. ใบหน้า 
  2. คอ 
  3. หน้าอก 
  4. หลัง

    
เกลื้อนที่บริเวณใบหน้า
เกลื้อนที่บริเวณลำตัว

3.โรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อไวรัส

          ไวรัสเป็นเชื้อกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในทุกระบบ รวมไปถึงการติดเชื้อที่ผิวหนัง คงมีคนใกล้ตัวเป็นโรคเหล่านี้กันบ้าง  ไม่ต้องแปลกใจนะครับ หากพบโรคเหล่านี้อยู่บ่อย ๆ เพราะเป็นธรรมชาติของไวรัส ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับเชื้อมาแล้วจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อตัวเชื้อเพื่อพยายามกำจัด และปกป้องตนเองไม่ให้เป็นโรค แต่ตัวเชื้อก็จะยังคงหลบซ่อนและอาศัยอยู่ในร่างกาย ทำให้รักษาไม่หายขาด เมื่อภูมิต้านทานต่ำลง เช่น นอนดึก เครียด ดื่มแอลกฮอล์ รับประทานยากดภูมิบางชนิด ก็จะเกิดอาการของโรคขึ้นมาได้ 
โรคที่มักพบ เห็นในชีวิตประจำวัน

ไขความลับของผิวหนัง ไปกับ refreshbrands by เภสัชกร อธิราช
https://www.facebook.com/RefreshBrands