แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สเปร์ยดับกลิ่นตัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สเปร์ยดับกลิ่นตัว แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2559

ใช้roll on อ่านสักนิดชีวิตติดมะเร็ง





ผิวหนังบริเวณใต้วงแขนประกอบด้วย
  1. ต่อมเหงื่อ 
  2. เส้นขน
  3. รูขุมขน
 เมื่อ สภาพ อากาศร้อนชื้น เหงื่อจะออกมากและสะสมใต้วงแขนมากเพราะเป็นกลไกของร่างกายในการตอบสนอง ทำให้บริเวณที่อับชื้น สิ่งที่ตามมาคือเกิดการหมักหมมของเชื้อจุลินทรีย์   เป็นที่มาของกลิ่นตัว
ผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบันมีหลายรูปแบบ โดยหลัก ๆ จะเป็นผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ ซึ่งจะมีตัวยาช่วยระงับไม่ให้น้ำเหงื่อไหลออกมาได้ มีชื่อเคมีคือ อลูมิเนียมคลอไฮเดรท ความเข้มข้นที่ใช้ประมาณ 30-50%
รูปแบบของผลิตภัณฑ์มักจะเป็นโรลออน (Roll On)   กลไกกาจัดการกับเหงื่อของสารดังกล่าว  คือ     สารอลูมิเนียมจะไปอุดรูขุมขน  มิให้น้ำเหงื่อไหลออกได้นั่นเอง ซึ่งเกลืออลูมิเนียมอาจรวมตัวกับน้ำเหงื่อและเชื้อจุลินทรีย์และแทรกตัวอุดตันรูขุมขน หากมีการใช้ผลิตภัณฑ์เป็นประจำและบ่อย จะมีผลทำให้เกิดการสะสมและตกค้างของสารอลูมิเนียมบริเวณใต้วงแขนมาก ทำให้เห็นเป็นรอยด่างดำ
ดังนั้นการโฆษณาชวนเชื่อในสินค้าเหล่านี้ในช่วงหลัง จะมีการผสมสารทำให้ขาว “ไวท์เทนนิ่ง” ซึ่งทำให้เด็กวัยรุ่นฮือฮามาก ความจริงผิวหนังบริเวณใต้วงแขนนั้นไม่ได้รับแสงแดดและผิวหนังไม่มีโอกาสสร้างพิกเม้นท์หรือเม็ดสีให้ผิวหนังเลย ที่เห็นเป็นความคล้ำดำเพราะสารตกค้างของเกลืออลูมิเนียมนั่นเอ
จากการวิจัยล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบสิ่งที่น่าตกใจโดยพบว่าสารตกค้างเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อยกับสาเหตุการเกิดมะเร็งเต้านมในสตรีเพศ เนื่องจากท่อและต่อมต่าง ๆ ของบริเวณเต้านมมีส่วนเชื่อมต่อกับต่อมเหงื่อและรูขุมขนใต้วงแขน ดังนั้นสารตกค้างที่สะสมมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกลือโลหะหนัก อลูมิเนียม หรือ ซิงค์ จะไปจับกับ “ดีเอนเอ DNA” ของเซลล์ก่อให้เกิดความผิดปกติขึ้น และมีการตรวจพบสารตกค้างของอลูมิเนียมในเนื้อเยื่อจากเต้านมคนไข้
สาเหตุของมะเร็งเต้านมพบว่ามากกว่า 90% 
  1. มาจากสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่อาจหาสาเหตุที่แท้จริงได้ 
  2. ส่วนน้อยจะมาจากกรรมพันธุ์ 
  3. เครื่องสำอางที่ใช้สำหรับใต้วงแขน
            หลัก ๆ คือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นตัว ระงับเหงื่อ และน้ำหอม เมื่อพิจารณาถึงองค์ประกอบทางเคมีของสินค้าเหล่านี้ คือเกลือ อลูมิเนียม หรือ ซิงค์ น้ำหอม และ สารต้านเชื้อจุลินทรีย์ การใช้สินค้าเหล่านี้เป็นประจำก่อให้เกิดการอุดตันของต่อมเหงื่อด้วยสารเคมีเหล่านี้ ตามมาด้วยต่อมเหงื่อใต้วงแขนอักเสบได้
ปัจจุบันพบตัวเลขของการใช้เครื่องสำอางใต้วงแขนเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ทั้งชายและหญิง ที่น่าตกใจคือเด็กวัยรุ่นและเด็กที่ยังไม่ถึงวัยรุ่นก็ใช้กันอย่างเกลื่อนเมืองจากแรงโฆษณาอันมหาศาลนั่นเอง ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้บริโภคที่ไม่มีปัญหากลิ่นตัวด้วยซ้ำไปแต่ใช้ตามแฟชั่น
ด้วยความปรารถนาดี จาก refreshbrands  by เภสัชกร อธิราช
http://www.refreshbrands.org/

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2558

แก้ง่าย ๆ ปัญหากลิ่นตัว ฉบับประชาชน

                         แก้ง่าย ๆ ปัญหากลิ่นตัว ฉบับประชาชน !!!!!!!!!! 




ผมเองก็มี และหลายคนที่ได้อ่าน blog ของผมก็มี แต่มันเป็นเรื่องที่ต้องเก็บไว้ และต้องการการดูแล โดยตัวเราครับ

ปัญหาที่เป็น หลังจากที่ผมเองได้แก้ปัญหา ก็รวมได้แบบที่เขาฮิต ๆใช้กัน
  1. โกนขนรักแร้ โกน 24 ชั่วโมงไปเลย เพราะคิดว่าจะช่วยได้
  2. หาแป้งโรย วิธีนี้จากที่ทดลองก็ ดีครับ แต่ถ้าเหงื่อออกมาก เละครับ เสื้อสกปรกมากๆ และถ้าทิ้งไว้นาน แป้งจะทำให้เกิดกลิ่นเองครับ
  3. ใช้ roll on แฟชั่นหน่อย ดีเหมือนกัน แต่ รักแร้ดำงานหนัก และต้องคอยเติมระหว่างวัน ใช้ได้คนเดียว เพราะ ไม่มีใครอยากใช้ร่วมกับเรา
  4. ในกระทู้บอกว่าใช่ สเปร์ย ดีสุดก็ดีจริง ครับเป็นวิธีที่ผมใช้นานที่สุด และเทห์สุด แต่หมดเร็วครับ (เปลืองเงินครับ) ใช้กับคนอื่นได้นะครับ( like and share)
  5. สารส้มแท่ง ดีครับใช้ ครั้งเดียวทั้งวัน แต่ไม่ไม่ค่อยถูกใจ ต้องซื้อน้ำหอมพิ่ม หลายขั้นตอน บางอันก็ดีครับผสมน้ำหอมในแท่งแต่มันไม่มีกลิ่นเลย
  6. กลับไปใช้ สเปร์ย ครับ เหมือนเดิมครับ
          วิธีที่ 6  ดีสุด เพราะอะไรคงสงสัย  มันง่ายที่จะใช้ มีน้ำหอมอย่างที่ต้องการ  มันเทห์ สำคัญใช้ร่วมกันในครอบครัวได้ ข้อเสีย  มีส่วนผสมแอลกฮอล์ บางคน แว๊กขน แสบแน่นอน ผิวหนังอักเสบได้ง่าย ที่สำคัญรักแร้ดำครับ แก้ยากมาก  

blog หน้าผมจะมาเล่า ผลิตภัณฑ์ที่ดี ควรเป็นเช่นไร ครับ

ขความลับที่ไม่กล้าเผย ไปกับ refreshbrands by เภสัชกร อธิราช

https://www.facebook.com/RefreshBrands
        
http://www.refreshbrands.org/





วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กลิ่นตัวเกิดจาก กับ โรคอัศจรรย์ บนโลก



กลิ่นตัวเกิดจากอะไร

กลิ่นตัวเกิดจากสารที่สร้างมาจากต่อมกลิ่น (apocrine gland) พบมากที่บริเวณรักแร้และหัวหน่าว ต่อมกลิ่นพบได้ตั้งแต่เกิดแต่จะเริ่มทำงาน ประมาณอายุ 12 ปี เนื่องจากปัจจุบัน โภชนาการอาหารทำให้ เด็กเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าเมื่อก่อน โดยกลิ่นที่เกิด มีหน้าที่ในมนุษย์คือการสร้างกลิ่นซึ่งเป็นลักษณะทางเพศแบบหนึ่ง 
สารที่หลั่งจากต่อมกลิ่นประกอบด้วย กรดไขมันหลายชนิด คือ
  1. fatty acid
  2.  sulfanyl alkanols 
  3.  steroid 
มีลักษณะเหลวข้นไม่มีกลิ่น เมื่อหลั่งออกมาด้านนอกของผิวหนังสารดังกล่าวจะถูกเชื้อแบคทีเรีย (Corynebacteria spp.) เปลี่ยนให้เป็นสารที่มีกลิ่นซึ่งคือแอมโมเนียและกรดไขมันสายสั้น   
และในปัจจุบันยังพบว่าการเกิดกลิ่นตัวเกิดจากอาหารบาง ประเภท ช่นเนื้อแดง หรืออาหารที่ผ่านกระบวนการที่ไม่มีใยอาหารเช่นแป้งขาวฟอกสี อาหารที่เพิ่มน้ำตาลลงไป เพิ่มน้ำมันที่เติมไฮโดรเจนลงไป (Hydrogenated Oils) ก็ยังเป็นแหล่งที่จะทำให้เกิดกลิ่นตัวได้

โรคประหลาดที่มีบนโลกใบนี้

         Fish Odor Syndrome เป็นโรคเกี่ยวกับ "กลิ่นตัว" ที่ถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม
ลักษณะจำเพาะของโรค
  1. ไม่สามารถรักษาให้หายได้ 
  2. มีกลิ่นตัวเหม็นคล้ายกลิ่นของปลาเน่า 
สาเหตุ
        มาจากความผิดปกติในการเผาผลาญอาหารที่ขาดเอ็นไซม์ จนส่งให้ปัสสาวะ ลมหายใจ และเหงื่อ มีกลิ่นเหม็นเหมือนปลาเน่า

ไขปัญหากลิ่นตัว ไปกับ  refreshbrands by เภสัชกร อธิราช

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เรื่องที่ผู้หญิงอยากรู้ เรื่อง ผิวๆๆ แก้ง่ายนิดเดียว

    แผลพุพอง (impetiongo)

         

          การรักษา เริ่มด้วยการล้างทำความสะอาดบาดแผล และใช้ยาทาฆ่าเชื้อ Mupiroxin ประมาณ 7-10 วัน ก็  หากบาดแผลกว้างและลึกมาก อาจต้องใช้ยา Dicloxacillin รับประทานร่วมด้วย

           รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis, Furuncles Carbuncler)

                 การรักษา ในขั้นต้นหากมีอาการ ให้ใช้ยาทาฆ่าเชื้อ 1% Clindamycin ทาบริเวณแผลวันละ 2-3 ครั้ง สำหรับ Furuncies และ Carbuncles กลุ่มฝี  จำเป็นต้องผ่าระบายหนองออก และใช้ยา Dicloxacillin รับประทานร่วมด้วย

           ไฟลามทุ่ง (Erysipelas)


การอักเสบของผิวหนังร่วมกับหลอดน้ำเหลือง เริ่มจากตุ่มแดงแล้วกระจายลามออกไปอย่างรวดเร็วแผลมีสีแดงจัด กดเจ็บ ผิวบริเวณนั้นยกขึ้นมาจากบริเวณที่ปกติอย่างชัดเจน ผู้ป่วยจะมีไข้ร่วมด้วย
                 การรักษา รับประทานยา Dicloxacillin ประมาณ 5-7 วัน ร่วมกับการประคบร้อน

           ผิวหนังอักเสบ (Cellulitis)



                   การรักษา รับประทานยา Dicloxacillin ประมาณ 5-7 วัน ร่วมกับการประคบร้อน

          ข้อควรระวัง ไฟลามทุ่งและโรคผิวหนังอักเสบ เป็นโรคที่มีความรุนแรง  เชื้อจะแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์

2.โรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา

                   กลาก



          ธรรมชาติของราชนิดนี้มักเกิดขึ้นในบริเวณที่มีเคอราติน ซึ่งเป็นโปรตีนโครงสร้างชนิดหนึ่ง พบที่ ผิวหนัง เล็บ ขน และผม อาการที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปตามอวัยวะที่ติดเชื้อ อาทิ

           กลากที่ผิวหนัง เช่น ลำตัว แขน ขา รักแร้ ขาหนีบ ผื่นจะเป็นตุ่มแดงเล็ก ๆ แล้วขยายวงกว้างออกเรื่อย ๆ ขอบนูนแดง มีขุยสีขาว คันมาก

           กลากที่ง่ามเท้า เรียกว่าฮ่องกงฟุต หรือน้ำกัดเท้า ผิวหนังบริเวณนั้นจะเป็นแผ่นขาวยุ่ย ลอกออกเป็นแผ่นได้ส่งกลิ่นเหม็นและคันมาก

            กลากที่เล็บ มักเกิดบริเวณข้างเล็บเข้ามา จะเห็นเป็นสีน้ำตาล หรือขาวขุ่น ด้าน ขรุขระ หรืออาจเปื่อยยุ่ยได้ ไม่มีอาการเจ็บหรือคัน แต่มักเป็นเรื้อรัง

            กลากที่หนังศีรษะ ผื่นเป็นวงเหมือนที่เกิดตามลำตัว แต่พบร่วมกับอาการผมร่วงเป็นหย่อม ๆ เส้นผมหัก ซึ่งเกิดจากเชื้อราทำลาย

          การรักษา สำหรับแผลเฉพาะที่เพียงใช้ยาฆ่าเชื้อทาจนแผลหาย อาจจะประมาณ 4-8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ติดเชื้อ แต่ถ้าแผลกว้างมาก เป็นหลายจุด หรือผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจใช้วิธีรับประทานยาฆ่าเชื้อแทน

           เกลื้อน


          เชื้อราชนิดนี้โดยปกติอาศัยอยู่ที่รูขุมขนของทุกคน โดยได้ไขมันจากรูขุมขนเป็นอาหาร ต่อเมื่อภูมิต้านทานลดลง จึงทำให้เกิดโรค โดยมีลักษณะเป็นต่างขาว มีขุยขอบเขตชัดเจน หรือบางคนอาจเป็นสีเข้มขึ้นก็ได้ แต่มักไม่มีอาการอื่น บริเวณที่พบมาก ได้แก่ ส่วนที่มีต่อมไขมันมาก เช่น ใบหน้า คอ หน้าอก หลัง

          การรักษา มีทั้งยาทา ยาสระหรือสบู่ ใช้แค่ 3-5 วัน และซ้ำทุกเดือน รวมไปถึงยากินในรายที่มีอาการมาก และต้องใช้อย่างต่อเนื่องจนครบกำหนด แต่ด่างขาวที่เกิดขึ้นอาจต้องรอจนเซลล์ผิวสร้างเม็ดสีขึ้นมาใหม่ จึงจะหายไป ถึงแม้ว่าเชื้อจะถูกกำจัดไปหมดแล้วก็ตาม

          การป้องกัน วิธีที่ดีที่สุดคือ การหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ต้องแยกเสื้อผ้ารวมทั้งอุปกรณ์ของใช้ออกจากผู้อื่นเพื่อป้องกันการติดต่อ

3.โรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อไวรัส



          ไวรัสเป็นเชื้อกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในทุกระบบ รวมไปถึงการติดเชื้อที่ผิวหนัง เชื่อว่าหลายท่านคงเคยเป็น หรือมีคนใกล้ตัวเป็นโรคเหล่านี้กันบ้างแน่ ๆ  หากพบว่าเป็นโรคเหล่านี้อยู่บ่อย ๆ เพราะเป็นธรรมชาติของไวรัส ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับเชื้อมาแล้วจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อตัวเชื้อเพื่อพยายามกำจัด และปกป้องตนเองไม่ให้เป็นโรค แต่ตัวเชื้อก็จะยังคงหลบซ่อนและอาศัยอยู่ในร่างกาย  เมื่อภูมิต้านทานต่ำลงก็จะเกิดอาการของโรคขึ้นมาได้
 โรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญ ได้แก่

           เริม (Herpes Simplex)






          เชื้อเริมเป็นตัวอย่างที่ดีครับว่าสามารถเป็นได้อยู่บ่อย ๆ ถ้าร่างกายอ่อนแอลง เช่น อดนอน ทำงานหนัก เครียด เชื้อนี้มีด้วยกัน 2 ชนิด มักทำให้เกิดอาการในบริเวณที่แตกต่างกันคือ

            เชื้อชนิดที่ 1 (Herpes Simplex Vinus2) มักเกิดบริเวณปากและผิวหนังเหนือสะดือขึ้นไป ถ้าเกิดที่ปากเรียกว่า Herpes Labialis ไม่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ติดจากการดื่มน้ำหรือทานอาหารร่วมกัน

            เชื้อชนิดที่ 2 (Hepes Simplex Virus2) มักเกิดบริเวณอวัยวะเพศ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

          ลักษณะของแผลเริมคือ เป็นตุ่มน้ำพองใสเล็ก ๆ ขึ้นเป็นกลุ่ม เมื่อแตกออกจะเป็นแผลตื้น ๆ อยู่บนฐานสีแดง เจ็บและแสบมาก โดยปกติโรคจะดำเนินไปจนหายเองภายใน 10 วัน แต่มีโอกาสเกิดซ้ำถึง 40 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจใช้ยา Acyclovir รับประทานต่อเนื่อง 1 สัปดาห์
           งูสวัด (Herpes Zoster)



          เชื้อก่อโรคคือ Hepes Varicella Zoster คือเชื้อชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคสุกใส แผลที่เกิดขึ้นจึงมีลักษณะเดียวกันคือตุ่มพองใสบนฐานแดง ขึ้นชิดกัน มักกลายเป็นหนองแห้ง และตกสะเก็ดภายใน 10 วัน ลักษณะที่ต่างจากสุกใส คือ ผื่นจะขึ้นเป็นแนวตามแนวของเส้นประสาท มีไข้ และอ่อนเพลียร่วมด้วย หลายคนถามว่าจริงหรือไม่ ที่บอกว่า ถ้างูสวัดพันครบรอบแล้วจะเสียชีวิต ก็อาจเป็นได้นะครับ เพราะภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยต้องต่ำมากจริง ๆ เชื้อถึงแพร่กระจายเร็ว

          การรักษา รับประทานยา Acyclovir ตามแพทย์สั่ง

           หูด (Wart)







          หูดคือก้อนที่ผิวหนัง อาจจะผิวเรียบ หรือขรุขระ สีขาว ชมพู หรือน้ำตาล เกิดขึ้นบริเวณใดก็ได้ แต่มักพบบ่อยที่นิ้วมือ แขน ขา เกิดจากเชื้อ Human Papilloma Vinus หูดมีลักษณะที่ต่างกัน
ชนิดหูด

            Verrucus Vulgairs หูดธรรมดา เป็นเม็ดเดียว หรือหลายเม็ด ขรุขระ กระจายทั่วไป มักพบบ่อยที่บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า

            Verrucus Plana หูดราบ เป็นเม็ดผิวแบนราบ สีเดียวกับผิวหนัง มักพบที่บริเวณใบหน้า

            Condyloma Accuminata หูดหงอนไก่ เป็นติ่งเนื้อนุ่ม สีชมพู พบที่อวัยวะเพศ

           Plantar Wart เป็นเม็ดแข็ง ขึ้นที่ได้ฝ่าเท้า

           Filitorm and Digitate Wart เป็นติ่งยื่นออกจากผิวหนัง พบบ่อยที่คอและใบหน้า

          การรักษา มีหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิดของหูด แต่ที่พบบ่อยที่สุดอย่าง Verrucus Vulgaris มักรักษาด้วยการจี้ด้วยกรดซาลิไซลิก จี้ไฟฟ้าหรือผ่าตัดออก

ผิวสวยง่ายๆ กับ refreshbrands by เภสัช อธิราช
https://www.facebook.com/RefreshBrands











วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Top secret ใต้ผิว เอกสารลับ.......ที่เปิดผนึกแล้ว


มีน้อยคนนักที่ไม่ค่อยจะรู้เลยว่าผิวของเรา ติดเชื้ออะไรได้บ้าง
การติดเชื้อที่ผิวของเรา แบ่งได้เป็น
  1. เชื้อ bacteria 
  2. เชื้อรา
  3. เชื้อ virus (ไวรัส) 


1.โรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

          ผิวหนังของคนเราก็มีเชื้อแบคทีเรียอาศัยอยู่ เรียกว่าเป็นเชื้อประจำถิ่น ทางการเรียก (Normal Flora) ซึ่งโดยปกติจะไม่ทำให้เกิดโรคครับ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพของผิวหนังไปจากเดิม เช่น มีบาดแผล มีโรคผิวหนังอื่น ๆ อยู่ก่อน สุขอนามัยไม่ดี หรือผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ เชื้อเหล่านี้ก็มีโอกาสทำให้เกิดโรคได้ ตัวเชื้อที่มักก่อปัญหา 
Staphylococcus aureus.
Staphylococcus pyogenes. 

     

ภาพผิวหนังติดเชื้อ bacteria 

แบคทีเรียที่เกิดกับเด็กเล็ก

แบคทีเรียทำให้เกิดรูขุมขนอักเสบ




2.โรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา

          เชื้อราเป็นเชื้ออีกกลุ่มที่พบได้ทั่วไปในทุกภูมิอากาศ มักก่อโรคในสภาวะที่อับชื้น และพบได้มากขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือกินยาปฏิชีวนะนาน ๆ หรือเป็นเบาหวาน เป็นต้น โรคติดเชื้อผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราที่รู้จักและเป็นกันมาก ได้แก่
           กลาก

          ธรรมชาติของราชนิดนี้มักเกิดขึ้นในบริเวณที่มีเคอราติน ซึ่งเป็นโปรตีนโครงสร้างชนิดหนึ่ง ตำแหน่งที่พบได้แก่ 
  1.  ผิวหนัง 
  2. เล็บ ขน
  3. ผม 




กลากน้ำนมพบในเด็กเล็ก
กลากที่ผม สังเกตุที่โคนผม
กลากที่เท้ามัก เป็นที่จุดอับ หรือเปียกชื้นเสมอ


          เกลื้อน

          เชื้อราชนิดนี้โดยปกติอาศัยอยู่ที่รูขุมขนของทุกคน โดยได้ไขมันจากรูขุมขนเป็นอาหาร เมื่อ ภูมิต้านทานลดลง จึงทำให้เกิดโรค มีลักษณะเป็นด่างขาว มีขุย มีขอบเขตชัดเจน หรือบางคนอาจเป็นสีเข้มขึ้นก็ได้ แต่มักไม่มีอาการอื่น บริเวณที่พบมาก ได้แก่ 
  1. ใบหน้า 
  2. คอ 
  3. หน้าอก 
  4. หลัง

    
เกลื้อนที่บริเวณใบหน้า
เกลื้อนที่บริเวณลำตัว

3.โรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อไวรัส

          ไวรัสเป็นเชื้อกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในทุกระบบ รวมไปถึงการติดเชื้อที่ผิวหนัง คงมีคนใกล้ตัวเป็นโรคเหล่านี้กันบ้าง  ไม่ต้องแปลกใจนะครับ หากพบโรคเหล่านี้อยู่บ่อย ๆ เพราะเป็นธรรมชาติของไวรัส ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับเชื้อมาแล้วจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อตัวเชื้อเพื่อพยายามกำจัด และปกป้องตนเองไม่ให้เป็นโรค แต่ตัวเชื้อก็จะยังคงหลบซ่อนและอาศัยอยู่ในร่างกาย ทำให้รักษาไม่หายขาด เมื่อภูมิต้านทานต่ำลง เช่น นอนดึก เครียด ดื่มแอลกฮอล์ รับประทานยากดภูมิบางชนิด ก็จะเกิดอาการของโรคขึ้นมาได้ 
โรคที่มักพบ เห็นในชีวิตประจำวัน

ไขความลับของผิวหนัง ไปกับ refreshbrands by เภสัชกร อธิราช
https://www.facebook.com/RefreshBrands
        

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ความลับใต้วงแขนที่ไม่มีใครรู้ ????? จริงไหม

                                  ไขข้อข้องใจ เหงื่อ สิ่งที่เข้าใจอาจไม่ใช่???





รู้กันไหมครับ ?     ว่าเหงื่อ หรือน้ำใต้รักแร้ของเรา มีกี่ ประเภท

เหงื่อเราแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ครับ
  
เหงื่อจากต่อมเหงื่อ เอคคริน (Eccrine)

     เหงื่อชนิดนี้จะมีส่วนประกอบอะไรบ้าง  
  1. น้ำเป็นส่วนใหญ่ 
  2. เกลือ 
  3. น้ำตาล 
  4. ยูเรีย และอื่นๆ
 สำคัญครับ คือเหงื่อประเภทนี้  ไม่มีกลิ่น เมื่อเรามีเหงื่อออก แบคทีเรียที่อาศัยอยู่บริเวณผิวบาง
ชนิด  เช่น โพรพิโอไนแบคทีเรีย (Propionibacteria) ก็จะได้รับอาหารและไปจัดการย่อยสลาย
ทำปฏิกิริยากับเหงื่อ ก็จะเกิดกลิ่นขึ้นมาได้ โดยจะมีกลิ่นคล้ายๆ กรดมะนาว (กรดอะซิติก, 
Acetic acid) ยิ่งเป็นบริเวณที่อยู่ที่ร่มผ้า เปียกชื้น และอุ่นๆ บริเวณเหล่านั้นถือว่าเป็นสวรรค์
ของแบคทีเรียในการเติบโต  กลิ่นตัวจึงมีมากมาจากบริเวณนั้น ครับ

เหงื่อจากต่อมเหงื่อ แอปโปคริน (Apocrine)

     เป็นต่อมเหงื่อที่อยู่เฉพาะที่  บริเวณที่พบ ได้แก่ 
  1. หนังศีรษะ 
  2. ขาหนีบ 
  3. รักแร้
 โดยจะผลิตเหงื่อที่มี  ฟีโรโมน (Pheromones) ผสมออกมาด้วย โดยจะมีแบคทีเรียอีกนั่นเองที่
ย่อยเหงื่อชนิดนี้แล้วเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อีก ยิ่งเรามีเหงื่อ ปริมาณมากๆ หรือ มีแบคทีเรีย
มาก กลิ่นก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นทวีคูณ นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องการมีกลิ่นที่เนื่องมาจากมียีสต์ (Yeast) 
บางชนิดมาแอบอาศัยอยู่ที่ผิวหนัง อันนั้นยิ่งทำให้กลิ่นหนักลงไปอีก

ไขข้อข้องใจไปกับ refreshbrands by เภสัชกร อธิราช

รักแร้กับหน้าที่ที่ธรรมชาติให้มา

                                         ไขข้อสงสัยที่อยากรุ้มีอะไรใต้วงแขน??


 รักแร้คือส่วนไหน..........???

มีอะไรบ้างเป็นส่วนประกอบ น่ะ.........?????

ขนใต้วงแขน มีไว้ทำไม โกนทิ้งตลอด  ไม่ได้ใช้งานเลย ........




      รักแร้ คือ ส่วนที่ใต้แขนของเรา ทุกคน ก็จะมีกันทุกคน นะครับ ซึ่งจะมี 2 ข้าง  ซ้าย ขวา  และเมื่อเราเหลือบมอง ใต้วงแขน หรือเรียกัน ว่า 
       รักแร้ ลักษณะ ภาพนอก มี เส้นขน สีดำบ้าง น้ำตาลบ้าง ตาม พันธุ์กรรม ทำให้มีสีแตกต่างกันไป ครับ  ข้างล่างใต้ผิวหนัง ลงไป ก็จะพบกับ 
  1. เส้นเลือดฝอยบริเวณผิวหนัง บริเวณผิวหนังชั้นบน หรือ อีพิเดอมิส 
  2.  ชั้นหนังแท้ คือชั้น เดอมิส ติดชั้นไขมันใต้ผิวหนัง  ซึ่งชั้นนี้สำคัญ เพราะเป็นที่อยู่ ของ ต้นกำเนิด รากขน ต่อมไขมัน ต่อมเหงื่อ เส้นประสาททำให้ เรารู้สึกเจ็บเมื่อได้รับบาดเจ็บ บริเวณผิวหนังด้านบน นะครับ 

บริเวณใต้วงแขนหรือรักแร้  บริเวณนี้จะมีการหลั่งเหงื่อออกมา และต่อมไขมันก็จะมีการหลั่งจาก ทางด้านรูขุมขน เช่นกัน ซึ่งเป็นกลไกทางธรรมชาติ ในการลดความร้อน ของร่างกาย พิจารณาจากภาพ ของผิวหนังนะครับ

ขนรักแร้  คือ ขนที่ขึ้นตรงบริเวณรักแร้เนื่องมาจากผลการทำงานของฮอร์โมนแอนโดรเจนของผู้ชายและผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ มีประโยชน์ คือ  ช่วยเพิ่มการกระจายของฟีโรโมนซึ่งช่วยกระตุ้นอารมณ์และพฤติกรรมทางเพศของผู้ได้รับ อีกทั้งยังช่วยลดการเสียดสีของผิวหนังบริเวณรักแร้ ป้องกันไม่ให้เกิดแผล เมื่อเกิดการหลั่งเหงื่อ 
  
    ไขปริศนาใต้วงแขนไปกับ refreshbrands  by เภสัชกร อธิราช
https://www.facebook.com/RefreshBrands